Home » General » 5 ให้. ที่พ่อแม่ควรจะมีในวันที่ลูกเครียด

5 ให้. ที่พ่อแม่ควรจะมีในวันที่ลูกเครียด

ทุกวันนี้ต้องยอมรับเลยว่า ความเครียดไม่ได้จำกัดเฉพาะแต่เพียงคุณพ่อคุณแม่เท่านั้น เราอาจจะคิดว่า “เป็นแค่เด็ก จะไปเครียดอะไรนักหนา มีเรื่องอะไรให้เครียดกันเยอะแยะเหรอไง” แต่จริง ๆ แล้ว เด็ก ๆ เอง ก็มีสังคมของเด็กรุ่นใหม่ รายงานจากกรมสุขภาพจิต ได้ระบุไว้ชัดเจนว่า มีเด็กวัยรุ่นไทยมากกว่า 1.5 แสนคน มีพฤติกรรมเกเรก้าวร้าว และส่วนหนึ่งนั้น ก็มีสาเหตุมาจากที่พ่อแม่ปล่อยปะละเลย ไม่ได้ระวังหรือรู้จักกับวิธีการดูแลลูก ในช่วงวัยรุ่น ที่เป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ทำให้เกิดอาการหรือพฤติกรรมก้าวร้าว

นอกจากนี้ยังมีวัยรุ่นไทยที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่า 1 ล้านคน ซึ่งต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ เลย เพราะเรามีวัยรุ่นประมาณ 8-10 ล้านคนเท่านั้น ซึ่งวิธีป้องกันง่าย ๆ เริ่มต้นจากที่บ้าน เพียงแค่คุณพ่อคุณแม่ปรับแนวคิด และเข้าใจปัญหาของวัยรุ่น ก็จะช่วยให้ลูกลดความเครียด และเติบโตไปในทางที่คาดหวังไว้ได้ด้วย

บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ได้รวบรวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำเรื่องการดูแลบุตรในช่วงวัยรุ่น ซึ่งเป็น 5 ข้อที่ควรทราบเป็นอย่างมาก ถือได้ว่าเป็น 5 ให้. ที่พ่อแม่สามารถให้ลูกได้ง่าย ๆ และจะช่วยลดความเครียดแก่บุตรหลานในช่วงวัยรุ่นได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ซึ่งทางเว็บไซต์ผู้จัดการออนไลน์เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวเอาไว้เป็นอย่างดี

1.ให้ความใส่ใจ คุณพ่อคุณแม่ ผู้ปกครองและคุณครูควรให้ความใส่ใจและคอยสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆ ในกรณีที่สังเกตเห็นว่าเด็กมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น เงียบหรือเก็บตัวมากกว่าปกติ หรือมีพฤติกรรมการรับประทานอาหารแปลกไปจากปกติ เช่นทานมากขึ้นหรือน้อยลง ควรเข้าไปพูดคุยสอบถาม พร้อมแสดงความห่วงใยและเข้าอกเข้าใจ เด็กๆ จะรับรู้ได้ว่าคนรอบข้างให้ความสนใจและความเข้าใจ

2. ให้ความสนับสนุน โดยไม่สร้างความกดดัน แม้การตั้งเป้าหมายสำหรับอนาคตอาจเป็นสิ่งที่ดีในการสร้างแรงจูงใจให้แก่เด็กๆ คุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างควรจะระมัดระวังพฤติกรรมการแสดงออกของตนเอง โดยทำให้แน่ใจว่าตนเองมอบความสนับสนุน โดยไม่สร้างแรงกดดันให้แก่เด็กๆ เพราะการสร้างแรงกดดันอาจจะทำให้เด็กเครียดได้

3. ให้ความเข้าใจ ไม่ควรดุ ตำหนิ หรือตีเด็ก เพราะการดุด่า หรือการตีโดยไม่ให้เหตุผลที่เพียงพอ หรือการใช้อำนาจเป็นตัวตัดสิน นอกจากจะทำให้เด็กรู้สึกไม่ดี และรู้สึกว่าคุณพ่อคุณแม่ และคนรอบข้างไม่รัก ไม่เข้าใจเขาแล้ว อาจนำไปสู่พฤติกรรมต่อต้าน ก้าวร้าว ทางที่ดีก็คือคุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างควรตั้งสติ พยายามทำความเข้าใจและใช้เหตุผลกับเด็กให้ได้มากที่สุด

4. ให้ความสนใจ คุณพ่อคุณแม่และคนรอบข้างไม่ควรทำอาการเพิกเฉยต่อเด็ก เพราะบางครั้งเด็กอาจจะต้องการให้คนรอบข้างสนใจและเข้าใจเขา

5. ให้เวลา คุณพ่อคุณแม่ควรจะใช้เวลากับลูกบ่อยๆ เพราะจะทำให้ความสัมพันธ์แนบแน่นยิ่งขึ้น ถ้าหากลูกอยู่ในวัยประถม คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำกิจกรรมร่วมกันกับลูก และชมเชยลูกได้ ส่วนถ้าลูกโตขึ้นมาหน่อยหรืออยู่ในช่วงวัยรุ่น คุณพ่อคุณแม่อาจจะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาพูดคุย เป็นการกระตุ้นให้เขาเปิดใจกับเรา ทำให้เขาไม่เครียด

วัยรุ่นในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ มักจะมีพฤติกรรมที่แปลกไปจากตอนที่เราเห็นเค้าเป็นเด็ก การทำความเข้าใจ รับฟัง และให้ความเป็นเพื่อน จะช่วยให้การผ่านช่วงเวลานี้เป็นไปได้โดยง่าย 5 ให้. ที่นำมาแนะนำกันในวันนี้ ก็เป็นวิธีที่ดี ที่จะช่วยให้พ่อแม่เข้าใจลูกได้มากขึ้นด้วย